Wednesday, January 24, 2018

รักษาโรคกรดไหลย้อน กับ สัดส่วนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และ หลักการออกกำลังกายบรรเทาอาการกรดไหลย้อน รวมทั้งวิธีปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน, GERD

รู้ไว้มีสุข – กรดไหลย้อย
1.4

รักษาโรคกรดไหลย้อน
 กับ
สัดส่วนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม


          หลังจากที่ผมหายเครียด   จากที่เคยแสบท้องหลังตื่นนอน  ปวดท้องเหมือนลำไส้ถูกบิด หรือแม้แต่คลื่นไส้หลังรับประทานอาหาร  อาการเหล่านี้แทบจะหายไป  ส่วนอาการท้องอืด ท้องผูกค่อยยังชั่วขึ้น   ผมรู้สึกดีขึ้นมาก  ช่วงนี้จึงเป็นเวลาสำคัญที่จะรักษาโรคกรดไหลย้อนให้หายขาด  แต่เพราะผมทานอาหารไม่ถูกสัดส่วน  คือ  ทานแป้งมากกว่าโปรตีน   ตัวอย่างเช่นในมื้อเช้า ผมก็ทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายตามปกติ เช่น โจ๊ก  ลูกเดือย  ถั่วแปบ  โดยที่ในโจ๊กมีเนื้อหมูในโจ๊กเพียง 5 ก้อนเล็กๆเท่านั้น   ผมจึงยังทุกข์ทรมานกับโรคกรดไหลย้อนทั้งๆที่ตั้งใจรักษาให้หายขาด

          น้อยคนนักที่จะสังเกต....ว่าร่างกายคนเราจะแสดงอาการอยากน้ำตาลผิดปกติหากได้รับน้ำตาลมากเกินไป อาหารต่างๆ เช่น ข้าว แป้ง ขนมปัง และ น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ ฯลฯ เมื่อทานเข้าไปจะย่อยเป็นน้ำตาล และหากปริมาณน้ำตาลนี้มากเกินไป  สมองจะสั่งร่างกายให้อยากอาหาร เพื่อต้องการน้ำตาลเพิ่มอีก  เชื่อไหมว่า หลังทานอาหารเช้านั้น  ผมมีอาการอยากอาหารเหมือนกับคนติดยาเสพติด  คือ หิวเร็ว หิวมาก อยากอาหารหวานๆทุกอย่าง  ทนไม่ได้ถึงกับกินน้ำตาลเปล่าๆ   มื้อเที่ยงบางวัน ผมซื้อขนมหวานมา 7 ถุง และทานจนหมดครับ (ฟักทองแกงบวช 3 ถุง, ข้าวเหนียวเปียก 3 ถุง, เต้าส่วน 1 ถุง)  บางวันทานเม็ดขนุน 26 เม็ด  บางวันทานแยมหวานๆอย่างเดียว (75 กรัม) การทานของหวานมากนั้น ทำให้ผนังลำไส้บวม  เป็นเหตุให้ท้องอืด  แถมแสบท้อง แน่นหน้าอกและจุกที่คอด้วย

          ผมเป็นเช่นนี้ตลอด  2 สัปดาห์ รู้สึกว่า ทำไมร่างกาย ท้องไส้....มันแปลกๆ  จึงโทรไปเล่าอาการให้พี่อ้อยซึ่งเป็นพยาบาลฟัง  เขาบอกให้ทานอาหารให้ถูกสัดส่วน โดยมื้อเช้าควรทานเนื้อหมูเท่ากับ 1 ฝ่ามือ และทานข้าว(แป้ง)ในปริมาณเท่ากับเนื้อหมู  หลังจากนั้นไม่นาน ความอยากอาหารและขนมหวาน พร้อมกับอาการอื่นๆที่ตามมา เช่น ท้องอืดและแสบหน้าอกของผมก็ทุเลาลง

          เพื่อนๆเคยแปลกใจไหมว่า  ทำไมเราถึงรู้สึกหิวตอนบ่าย  3 โมง  ทั้งที่ตอนเที่ยงเราเพิ่งทานอิ่ม นี่คือ สาเหตุหนึ่งครับ

          ดังนั้นผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน ที่เริ่มหายจากอาการแสบท้อง ร้อนท้อง ปวดท้อง และอาการท้องอืด แน่นหน้าอก จุกที่คอทุเลาลง    ผมขอแนะนำให้ทานอาหารปกติให้ถูกสัดส่วน (ไม่จำเป็นต้องทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย)  แต่ยังคงเว้นอาหารแสลงเช่นเดิม


สัดส่วนในการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ
สัดส่วนในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม_กรดไหลย้อน
Note :
     1. อาหารแต่ละมื้อ ควรห่างกันประมาณ  4 - 5 ชม.

     2. ใน 2 – 3 คำแรก ควรทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ก่อนอาหารประเภทอื่น   เพื่อกระตุ้นกระเพาะอาหารให้สร้างน้ำย่อย  ว่า   ถึงเวลาที่ต้องย่อยอาหารแล้ว
          ผมเคยสังเกตตัวเองครับ  หากมื้อใดทานแป้งเพียงอย่างเดียว  ผมพบว่า
ท้องอืด  แน่นหน้าท้องช่วงบนบริเวณกระเพาะอาหาร เนื่องจากกระเพาะอาหารไม่ยอมทำงานบีบตัวเพื่อลำเลียงอาหารลงสู่ลำไส้เล็ก  แต่พอได้ทานเนื้อหมูต้มไป ผมพบว่า ท้องยุบลงเพราะกระเพาะเริ่มย่อยอาหารแล้วครับ 

      3. 
ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด คำละ 2 – 3 นาที  เพื่อเพิ่มพื้นผิว(Surface)ในการย่อย   อาหารจึงย่อยได้ง่าย ทำให้ไม่แน่นท้อง  ท้องไม่อืด  และยังช่วยให้อาหารมีน้ำหนักเบา  อาหารจึงเคลื่อนไปง่าย  ท้องไม่ผูกโดยเฉพาะกากใยอาหาร (ผักใบเขียว) การเคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดลำไส้ 

     4.
ควรทานมื้อเช้าให้มากกว่ามื้ออื่นๆ ดังที่คุณหมอท่านหนึ่ง (จำไม่ได้) เคยกล่าวว่า  “หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก” 


     5. สำหรับมื้อเย็น  ควรทานน้ำตาล แป้งและโปรตีนเพียงเล็กน้อย  เพื่อรองท้อง ไม่ให้หิวแสบท้องเท่านั้น  ป้องกันอาการท้องอืด ในขณะเดียวกันก็ไม่กระตุ้นน้ำย่อยออกมามากเกินไป  ลองคิดดูครับ  หากเราทานมากในตอนเย็น น้ำย่อยน้ำกรดก็ออกมามากตาม  แล้วเราจะมีอาการเช่นไรในขณะนอนหลับ คงร้อนท้อง แสบท้อง แสบหน้าอก สะดุ้งตื่นอย่างแน่นอน  มื้อเย็นของผมมีข้าวเพียง 4 คำ ไก่น่องเล็ก 1 น่อง และผักต้ม 1 จานครับ


Tag : น้ำตาลทำให้อยากอาหาร, ใส่น้ำตาลทำให้อาหารขายดี, น้ำตาลทำให้อ้วน
เขียนโดย : รู้ไว้มีสุข (ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการศึกษา)




การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน
05.00
          ตื่นนอน แล้วทานอาหารเช้าหลังจากนั้นไม่เกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง
05.00 – 06.00
          ทยอยดื่มน้ำเปล่า 1.00
– 1.25 ลิตร ระหว่างนั้นออกกำลังกายเบาๆประเภทยืดเส้น โยคะ (กายภาพบำบัด) ทำงานบ้าน เตรียมอาหารเช้า ต้มผักไว้ทาน
06.00 – 07.00
          วิ่งออกกำลังกายให้ได้ความเร็ว 6 - 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระยะทางประมาณ 2 - 3 กิโลเมตร หากจุกแน่นท้อง แนะนำให้เดิน

07.15 – 08.00
          ทานอาหารเช้า เคี้ยวช้าๆให้ละเอียด คำละ 2
– 3 นาที
12.00 – 13.00
          ทานอาหารกลางวัน ระหว่างวันไม่ควรงีบหลับ เพราะอาจทำให้ท้องอืดได้

16.00 – 17.30
          ทานอาหารเย็น

21.00 – 22.00
          รีบเข้านอน เพื่อไม่ให้หิวกลางดึก ควรนอนหลังทานอาหารเย็นประมาณ 4
– 5 ชม. เพราะผู้ป่วยบางคนอาการหนัก กระเพาะอาหารอาจจะยังย่อยอาหารไม่เสร็จ



หลักการออกกำลังกายบรรเทาอาการกรดไหลย้อน

          ควรเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เคลื่อนไหวช่วงท้อง เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะทางเดินอาหารทำงาน ลำเลียงอาหารเก่า ของเสียและแก๊สที่คั่งค้างอยู่ภายในให้ระบายออก จากประสบการณ์การรักษาตัวของผมซึ่งลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ผมพบว่าผู้ที่รักษาตัวสามารถออกกำลังกายได้หลายวิธี ซึ่งมีหลักการคล้ายๆกัน ผู้ป่วยควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเองดังนี้

1. วิ่ง
          ช่วงที่ผมป่วย ผมตื่นนอนตอนตี 5 หลังจากนั้นทยอยดื่มน้ำเปล่าไม่เย็น 1.0 – 1.5 ลิตร เวลา 6 โมงเช้า จึงออกไปวิ่ง การวิ่งช่วยลำไส้ให้มีการเคลื่อนไหว ทำให้อาหารเคลื่อนที่ จึงช่วยไล่ลมในท้องได้เป็นอย่างดี ขณะวิ่ง ผมมักจะเรอและผายลมหลายครั้ง หลังวิ่งจะรู้สึกได้เลยว่าท้องยุบลง
          แต่ช่วงอาการหนัก (ที่คนไข้รู้สึกแสบท้อง ปวดเหมือนลำไส้ถูกบิด ท้องอืดรุนแรง จุกที่คอ แน่นหน้าอก) ผมวิ่งนานเท่าไรก็ไม่มีลมในท้องระบายออกมาเลย
อย่างไรก็ตาม ผมก็อดทนวิ่ง และพบว่าลมเริ่มระบายออก   ฉะนั้น การออกกำลังกายทำให้ร่างกายดีขึ้นจริง
          หากวิ่งแล้วจุกแน่นท้อง เปลี่ยนมาเดินจะดีกว่า โดยพักสักครู่ 30 – 45 นาทีหลังรับประทานอาหาร แล้วจึงเดินเพื่อช่วยย่อยอาหาร

2. การแกว่งแขน ก็ช่วยไล่ลมได้เช่นกัน

3. ไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 20 นาที เพื่อให้ร่างกายเคลื่อนไหวไม่อยู่กับที่

4. แนะนำให้ทำงานบ้านด้วยตนเอง เช่น ถูบ้าน เช็ดรถ ล้างจาน ล้างรถ เช็ดรถ ฯลฯ การทำงานบ้านนอกจากไม่ทำให้เครียดแล้ว ยังทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวเป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกด้วยครับ

5. การออกกำลังกายด้วยเครื่อง Skywalk, จักรยาน หรือ Stepper ก็ช่วยไล่ลมในท้องได้เช่นกัน



ท่าโยคะไล่ลม บรรเทาอาการแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
          ท่านี้ช่วยไล่ลมในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ท้องยุบลง ช่วยให้อาหารเคลื่อนที่ ท่าโยคะช่วยไล่ลมในช่องท้อง ==> http://www.healthcorners.com/2007/web_yoga/read_yoga.php?id=125
          และ ลองอ่านบทความน่าสนใจเกี่ยวกับโรคลมในกระเพาะ ==> http://www.thuseen.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=thuseencom&thispage=63&No=1281790


วิธีปฏิบัติ
     - ยืดขึ้นช้าๆ อย่าเกร็ง ทำเท่าที่คุณจะทำได้ พยายามเหยียดแขนให้สุด เอียงตัวพอประมาณ ค้างไว้ 5 – 15 วินาที
     -
ทำครั้งละ 5 - 15 set
     - หากทำแล้วมีอาการจุก หรือลมตีขึ้นบน ควรหยุดทำทันที

เวลาที่ควรปฏิบัติ
     -
ตื่นนอนตอนเช้า หลังดื่มน้ำ
     - หลังอาหาร 2 ชม. เพราะกระเพาะอาหารจะย่อยอาหารเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงสำหรับคนปกติ
     -
ก่อนนอน 15 นาที เพื่อไล่ลมส่วนเกิน บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แสบร้อนในตอนกลางคืน
     - หากตื่นมากลางดึก ท่าโยคะนี้และการแกว่งแขนก็ช่วยได้เช่นกัน
เขียนโดย : รู้ไว้มีสุข &&& Thank you : แซร่า ไอแวนเฮล


COMMENT
เรื่องออกกำลังกาย


เพิ่มเติมนิดหนึ่ง
- ช่วงที่ผมเป็นหนัก แรกๆวิ่งจะไม่ตดเลยครับ แต่เมื่ออาการดีขึ้น ผมวิ่ง...แล้วเริ่มตดมากขึ้น ขอให้อดทนออกกำลังกายจนกว่าอาการจะดีขึ้นครับ
- ถ้าคุณวิ่งหรือเดินออกกำลังกายแล้วมีการ ตด/เรอ แสดงว่าอาการกรดไหลย้อนเริ่มดีขึ้นแล้ว
- ลมในท้องระบายออกมา = ตด

- ดื่มน้ำก่อนนอน ประมาณ ครึ่ง - 1 ลิตร หรืออาจจะมากกว่านี้ก็ได้ (ปรับตามอาการของแต่ละคน) เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของลำไส้

- อาหารมื้อเย็น ผมจะทานโจ๊ก หรือไม่ก็ข้าวต้ม รองท้อง ประมาณ ครึ่งถุง ครึ่งถ้วย ประมาณแค่ 10 คำ

- การทานอาหารจนแน่นท้อง เต็มท้อง ให้ผลเท่ากับ เรียกน้ำกรดในกระเพาะให้ออกมามากขึ้น แต่ปริมาณเอ็นไซต์น้ำย่อยยังคงเท่าเดิม จึงทำให้ท้องอืดได้


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 22 มีนาคม 2555 เวลา:18:13:41 น.

ลบ comment
ขอบคุนมากค่ะมีปรัโยชมากๆ


โดย: ชล IP: 110.49.243.213 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:59:03 น.

ลบ comment
ขอบคุณมากคะ
กำลังท้องอืดแน่นท้องต้องลุกมากลางดึก เจอบล๊อกนี้แนะทางสว่างเลย


ขอบคุณที่แชร์คะ จะลองปฎิยัติดูนะคะ


โดย: หนึ่ง IP: 110.168.248.241 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:20:17 น.

ลบ comment
ขอบคุนมากๆๆจริงๆค่ะ โรคนี้มันทรมาน อ่านแล้วได้วิธีดูแลตัวเองเยอะมาก จะพยายามทำตามให้ได้ค่ะ


โดย: nesscoffee IP: 180.183.49.248 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา:21:57:38 น.

ลบ comment
ขอบคุณเป็นวิทยาทานนำไปปฎิบัตินะค่ะ จะลองดูนะคะ เพราะ ทรมานเหลือเกิน


โดย: กัญญา IP: 1.2.166.22 วันที่: 18 ธันวาคม 2555 เวลา:22:16:04 น.

ลบ comment
good


โดย: kae IP: 171.101.237.166 วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:8:54:42 น.

ลบ comment
มีเพื่อนที่เป็นเภสัช แล้ววิจัยเรื่องกระเพาค่ะ เขาบอกว่า "เปล้าน้อย" เป็นสมุนไพรไทย รักษาแผลในกระเพาอาหารได้ค่ะ ดีกว่าขมิ้นชันอีก ญี่ปุ่นเอาไปจดลิบสิทธิ์ สกัดสารทำยารักษาโรคกระเพาแล้ว เลยมาแนะนำเผื่อใครจะลอง ดิฉันก็กำลังจะลองกินดู ตอนนี้กินวุ้นของว่านหางจระเข้ แล้วก็กล้วยน้ำว้า ห่าม ทุกวันค่ะ อาการดีขึ้นมากแล้วแต่ยังไม่หาย เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ ขอให้หายไวๆกัน


โดย: นัท IP: 183.88.253.106 วันที่: 30 สิงหาคม 2556 เวลา:10:55:10 น.

ลบ comment
ขอบคุณมากๆครับ


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 3 กันยายน 2556 เวลา:10:29:34 น.





COMMENT
เรื่องสัดส่วนในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม



ลบ comment
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆแบบนี้ครับ


โดย: บูรพากรณ์  วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:19:58:36 น.

ลบ comment
เป็นเหมือนกันค่ะ.............ทรมาณมากไปนอนโรงพยาบาลมาสองอาทิตย์เลยค่ะ..............สับสนอยู่ว่าครวรทานอะไรไม่ควรทานอะไรTT_TT


โดย: เมโย IP: 183.89.39.234 วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:20:14:43 น.

ลบ comment
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: yellobat  วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:20:21:49 น.

ลบ comment
thx u jaaaa
Photobucket


โดย: Junenaka1  วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:21:27:27 น.

ลบ comment
ข้อมูลดีมากๆ ต้องบอกคุณพ่อหน่อย เพราะท่านท้องอืดบ่อยๆเลยค่ะ


โดย: jenifaae  วันที่: 13 ธันวาคม 2553 เวลา:20:38:56 น.

ลบ comment
ขอบคุณครับ ขอให้พวกเราหายจากโรคกรดไหลย้อนโดยไวครับ


โดย: ชินยะ IP: 122.134.193.58 วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:17:04:04 น.

ลบ comment
ข้อมูลดีมากๆ ขอบคุณค่ะ


โดย: เจริญสุข IP: 124.121.107.193 วันที่: 12 มีนาคม 2554 เวลา:1:15:42 น.

ลบ comment
แวะมาอ่านจร้าขออนุญาตฝากเว็บไว้ในอ้อมกอดน้อยๆด้วยนะครับ|เข้าชมเว็บ บิ๊กอายขอบคุณครับ


โดย: bigeye (tewtor ) วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:13:49:33 น.

ลบ comment
เป็นโรคนี้อยู่เหมือนกันค่ะ จะลองทำตามคำแนะนำดูค่ะบางทีอาจจะดีข฿น


โดย: Kung IP: 110.49.250.105 วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:26:17 น.

ลบ comment
ขอบคุณข้อมูลดีๆ นะครับ...
เป็นประโยชน์มากมาย...


โดย: ธีระชัย IP: 203.159.100.23 วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:06:03 น.

ลบ comment
ไม่ทราบว่า.. ทานผักต้ม กับอะไรค่ะ

หมายถึงว่า... จิ้มกับอะไรบ้างได้ไหม

อาทิเช่น จิ้มน้ำพริก(นิ๊ดดดดเดียว) อะไรแบบนี้

หรือว่าห้ามเด็ดขาดเลย สำหรับเครื่องปรุงต่าง ๆ

กรุณาตอบด้วยนะค่ะ .. ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Kip IP: 101.108.141.28 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:25:46 น.

ลบ comment
ตอบคุณ kip
- ผมทานผักต้มอย่างเดียวครับ คู่กับ หมูต้มบ้าง ไข่ต้มบ้าง ปลาทูทอดบ้าง และกับข้าวอาหารไทยอื่นๆ
- น้ำพริกมีรสเผ็ด ดังนั้นควรงดรับประทานครับ

วิธีต้มผักต้ม
- ล้างยาฆ่าแมลงด้วยด่างทับทิม
- ต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วใส่ผักลงไป
- บางคนเคยต้มผักกับน้ำเกลือ สำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อย ให้ต้มผักกับน้ำสะอาด ไม่ต้องใส่เกลือลงในน้ำครับ เพราะผมเคยทานผักต้มจากร้านขายน้ำพริกใน food center เขาต้มผักต้มในน้ำเกลือ อาการกรดไหลย้อนไม่หายเลยครับ 


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:35:13 น.

ลบ comment
ขอบคุณมากค่ะ

- -" ตอนนี้พยายามรักษาคุณแม่อยู่ค่ะ

แต่ว่า..แม่เขาเบื่ออาหารแบบนี้อ่ะค่ะ

ช่วยแนะนำเมนู..นอกจากผักต้มด้วยได้ไหมค่ะ

ตอนนี้ให้แม่ทาน ต้มจืด(สุด ๆ) ใส่ผักเยอะ ๆ

กับผัดผักน้ำมันน้อย ๆ อะไรแบบนี้ได้ป่าว

แล้วผลไม้ทานอะไรได้บ้างค่ะ..

เพราะแม่เค้าไม่ยอมกินผักอย่างเดียวค่ะ T_T


โดย: Kip IP: 101.108.139.12 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:12:54:06 น.

ลบ comment
ตอบคุณ Kip
- ผลไม้รสจืดครับ เช่น ชมพู ผลไม้รสหวานไม่ควรทาน เช่น ลำไย แตงโม แก้วมังกร
- บอกคุณแม่ท่านว่า ""ให้สู้"" ครับ


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:20:39:46 น.

ลบ comment
แย่มากเลยบอกดั้ยคำเดียวนู๋เป็นมานานแล้ว เป็นทั้งไทลอยเป็นพิษแย้วเป็นกรดไหลย้อนอีก ตอนนี้ทรมานมากเลย จาเรอก้อเรอมั่ยออก จุกแน่น หน้าอก จุกคอเหมือนมีอารายมาติดคอ เฮ้อออออาการแย่มากเลยค่ะ


โดย: องค์ญิ๋งเดือน IP: 115.87.98.133 วันที่: 18 สิงหาคม 2554 เวลา:20:34:22 น.

ลบ comment
เราเป็น ทรมานมาก เป็นๆ หายๆ แต่กินอะไรลองผิดลองถูก บางครั้งกินอะไรเข้าไป เจ็บหน้าอกเลย หายใจไม่ออก ทำอย่างไรถึงจะหายเจ็บหน้าอกค่ะ ช่วยด้วยค่ะ


โดย: ลม IP: 110.168.135.246 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:8:34:04 น.

ลบ comment
ตอบน้อง องค์ญิ๋งเดือน
- อาการของน้องไม่หนักเท่าไรครับ แต่ถ้าตอนนี้อายุยังน้อย แล้วไม่ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร อายุมากขึ้นอาการคงหนักกว่านี้

ตอบ คุณลม
- อาการเจ็บหน้าอกแสดงว่า อาการหนัก ต้องออกกำลังกายร่วมด้วย

ให้เข้าไปอ่านที่ blog อาหารแสลงสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน นี้ครับ


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:23:41:48 น.

ลบ comment
อยากทราบว่า นมเปรี้ยวกับโยเกิร์ต ทานได้ป่าวครับ เท่าที่เข้าใจ อาหารพวกนี้ช่วยล้างลำไส้ใช่ไหมครับ


โดย: จุดเหนือสุด IP: 118.173.234.243 วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:13:10:14 น.

ลบ comment
ตอบคุณจุดเหนือสุด
- ทานได้ครับ ถ้าร่างกายย่อยนมได้ ไม่มีอาการท้องอืดจากนม และไม่เป็นกรดไหลย้อน


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:21:11:24 น.

ลบ comment
ลองวิธีธรรมชาติบำบัดดูครับ ทานแต่ผลไม้สามมื้อ เป็นเวลา 1-2 เดือน ลองมาแล้ว ได้ผลดี และได้สุขภาพที่ดีขึ้นด้วยครับ อย่าลืมออกกำลังกาย ทำจิตใตให้แจ่มใสด้วยครับ


โดย: oom47 IP: 58.11.134.249 วันที่: 24 กันยายน 2554 เวลา:13:12:10 น.

ลบ comment
มีอีกสูตรนะครับ อาการดีขึ้นหน่อย คือ น้ำขิง + ขมิ้นผง ดื่มหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง รสชาติอาจจะเฝื่อน ๆ หน่อย จากขมิ้นแต่ก็ทนเอานะครับ ไม่มียาที่ไหนหอมหวานหรอก น้ำขิงผมก็ซื้อตามห้างทั่วไปครับ เอาแบบน้ำตาลน้อยนะครับ ใครลองแล้วได้ผลก็บอกต่อละกันครับ


โดย: จุดเหนือสุด IP: 118.173.234.171 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:14:38:27 น.

ลบ comment
ขอบคุณ
คุณ ""จุดเหนือสุด"" และ คุณ ""oom47"" มากๆครับ ที่ช่วยแชร์ประสบการณ์


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:20:03:40 น.

ลบ comment
ขอบคุณมากมากนะค่ะ ตอนนี้ตัวน้องเองก็เริ่มดีขึ้น แล้วกินแต่ผักซะส่วนใหญ่ก็ค่อยๆโล่งขึ้นทานทั้งยาหมอบวกกับชมิ้นชันด้วยตามคำบอกและก็ออกกำลังกายด้วย ก็เริ่มโล่งขึ้นเยอะแล้วค่ะ


โดย: น้องนิว IP: 171.99.99.132 วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:21:28:28 น.

ลบ comment
ธาตุไฟ ทานอาหารอะไรมั่งคะ ตอนนี้ อาหารย่อยยากด้วยคะ


โดย: Tan IP: 223.206.80.70 วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:09:00 น.

ลบ comment
ตอบคุณ Tan
- ข้าวต้ม โจ๊กครับ + เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
- อ่านที่ Google search ""สมดุลร้อนเย็นกับหมอเขียว"" - YouTube ครับ


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:9:26:57 น.

ลบ comment
ตอนนี้ทานอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือน้ำ
ก้อเรอตลอด ไม่แน่ใจใช่กรดไหลย้อนป่าว


โดย: ทัต IP: 58.137.12.74 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:02:16 น.

ลบ comment
ตอนนี้ถูกกรดไหลย้อนเล่นงาน ขอบคุณสำหรับข้อมูลของคนที่เคยเป็นมาแล้ว จะควบคุมพฤติกรรมตัวเองให้ดีในเรื่องการกินอาหาร เพราะอยากหายจากโรคกรดไหลย้อนค่ะ ทรมานมากขนาดเพิ่งจะเริ่มเป็น


โดย: ไก่ ram IP: 223.207.175.220 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:20:08:09 น.

ลบ comment
ตอนนี้ก็กำลังเป็นอยู่เหมือนกันคะ รู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกบ้างบางครั้งคะ ทรมานมากเลยอะ อยากหายมากเลย เริ่มปรับเปลี่ยนการทานอาหารแล้ว ไม่ไหวๆเป็นแบบนี้นานๆ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ


โดย: AunG IP: 203.158.4.225 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:33:30 น.

ลบ comment
ยินดีครับ


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:16:56:08 น.

ลบ comment
กรดไหลย้อน กิน muesli กับนมขาดมันเนย ได้หรือเปล่าครับ


โดย: ชนวีร์ IP: 124.122.95.51 วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:46:08 น.

ลบ comment
เวลาเป็นโรคแบบนี้ทำให้ปวดหลังได้มั้ยคะ เพราะสังเกตุตัวเองว่าเวลาทานอิ่ม จะรู้สึกปวดหลังค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์มากเลยค่ะ


โดย: ทิพ IP: 122.155.44.190 วันที่: 9 มิถุนายน 2556 เวลา:22:14:13 น.

ลบ comment
กำลังตั้งครรภ็และอาการกำเริบทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีอาการแล้วกินยาคุมอยู่ช่วยแนะนำการปฏิบัติตัวได้ไม๊คะเพราะต้องกินนมบำรุงครรภ็ด้วยอายูมากแล้วขณะตํ้งครรภ็มีอากรปวดท้องบิดระหว่างตี2-ตี3ทุกวันสุขภาพจิตแย่มากค่ะ นึกว่าเอาบุญเถอะ


โดย: แม่ท้อง IP: 171.7.91.19 วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:8:59:45 น.

ลบ comment
เรียนคุณแม่ท้อง // ตอบไม่ถุกครับ แต่แนะนำเคี้ยวอาหารให้ละเอียด งดขอแสลงที่ไม่มีประโยชน์ กาแฟ ขนมปัง เป็นต้น


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:15:34:58 น.

ลบ comment
ตอบคุณทิพ ปวดหลังครับ เพราะท้องเกร็ง ลมมาก


โดย: รู้ไว้มีสุข  วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:15:42:43 น.

----------------------------------------------------------
เรื่องราวกรดไหลย้อนไม่ได้จบเพียงเท่านี้

No comments:

Post a Comment